Thailand IGF:
Over-the-Top Service and Regulations
มุมมองการกำกับบริการเพิ่มมูลค่าบนระบบเครือข่าย (Over-the-Top service)

ส่วนหนึ่งของเวทีอภิบาลอินเทอร์เน็ตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APrIGF) ครั้งที่ 8

วัน เวลา และสถานที่

26 ก.ค. 2560 15:00–16:30 (90 นาที)
ห้องบรรยาย 201
อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รูปแบบ

เสวนาวงเปิด

ผู้นำเสวนา

  • สุภิญญา กลางณรงค์ – อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
  • สุพจน์ เธียรวุฒิ – ผู้อำนวยการโครงการความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์กับภาคอุตสาหกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์ – อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • เจนพสิษฐ์ ปู่ประเสริฐ – กลุ่มยามเฝ้าจอ

ประเด็นเสวนา

“Over-the-Top” หรือ OTT เป็นคำศัพท์ในวงการโทรคมนาคมและกระจายภาพและเสียง มีความหมายโดยทั่วไปถึงเนื้อหาหรือบริการที่ถูกส่งผ่านโครงข่ายที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำสิ่งดังกล่าวตั้งแต่ต้น ด้วยเหตุนี้ OTT ในบางครั้งจึงถูกเรียกว่า “value added” ซึ่งหมายถึงเนื้อหาหรือบริการที่สร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้กับโครงข่ายพื้นฐาน

ประเภทของ OTT มีหลากหลาย ตัวอย่างหนึ่งคือ “เนื้อหา OTT” (OTT content) ซึ่งจากมุมมองของกิจการกระจายภาพและเสียง หมายถึงภาพ เสียง หรือข่าวสารอื่นใด ที่ส่งผ่านโครงข่ายอื่นใดที่มิใช่โครงข่ายกระจายภาพและเสียง เช่น บริการภาพยนตร์ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต อีกตัวอย่างหนึ่งคือ “OTT โทรคมนาคม” (Telco-OTT) ซึ่งหมายถึงการให้บริการโทรคมนาคมของผู้ให้บริการรายหนึ่งผ่านโครงข่ายของผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายอื่นหรือชนิดอื่น เช่นการให้บริการโทรศัพท์ด้วยเสียงผ่านโครงข่ายไวไฟอินเทอร์เน็ตสาธารณะ

จะเห็นได้ว่านิยามของ OTT นั้นมีหลากหลาย และเนื่องจาก OTT เป็นการผสานเนื้อหา บริการ และโครงข่ายหลายชนิดเข้าด้วยกัน การแบ่งประเภทของ OTT จึงสามารถแบ่งได้หลายวิธีเพื่อความสะดวกในการพิจารณาประเด็นหนึ่งๆ เช่น แบ่งตามชนิดของใบอนุญาต (โทรคมนาคม v กระจายภาพและเสียง v ไม่ต้องมีใบอนุญาต), ตามประเภทของผู้ให้บริการ (ผู้ให้บริการเนื้อหาเป็นรายเดียวกับผู้ให้บริการโครงข่าย vs เป็นคนละราย), ตามประเภทของชนิดบริการ (รายการวิทยุหรือโทรทัศน์ที่เผยแพร่เวลาตรงกับที่กำลังเผยแพร่ในโครงข่ายกระจายภาพและเสียง รายการวิทยุหรือโทรทัศน์ที่เคยหรือจะเผยแพร่ในโครงข่ายกระจายภาพและเสียงและผู้ชมเลือกเวลาดูได้เอง เนื้อหาแบบรายการวิทยุหรือโทรทัศน์ที่ไม่ได้ผลิตเพื่อเผยแพร่ในโครงข่ายกระจายภาพและเสียง ภาพยนตร์ ฯลฯ), ตามประเภทการบอกรับสมาชิก (เสียค่าบอกรับหรือไม่, subscription-based v advertising-based), หรือตามประเภทผู้ผลิตเนื้อหาหลักในบริการนั้น (ผลิตเอง v จ้างผลิต v ผู้ใช้เป็นผู้ผลิต)

นอกจากนี้ ยังสามารถแบ่งตามประเด็นในการกำกับกิจการได้ด้วย ตัวอย่างเช่น Body of European Regulators for Electronic Communications (BEREC) ซึ่งเป็นองค์การกลางของหน่วยงานกำกับกิจการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ของสหภาพยุโรป แบ่งบริการ OTT เป็น 3 ประเภทคือ 1) บริการ OTT ที่ถือเป็น “บริการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์” (ECS) 2) บริการ OTT ที่ไม่ถือเป็น ECS แต่มีศักยภาพจะแข่งขันกับ ECS และ 3) บริการ OTT อื่นๆ โดยสาเหตุที่ BEREC แบ่งประเภทเช่นนี้ เพราะคำว่า OTT นั้นไม่มีสถานะทางกฎหมายในระดับสหภาพยุโรป และกิจการที่ BEREC กำกับได้ตามกฎหมายนั้นมีเพียงบริการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น

ด้วยความหลากหลายของ OTT ทั้งในแง่เนื้อหา บริการ และมุมมองในการกำกับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแนวทางการกำกับกิจการในประเทศไทย จึงนำมาสู่การเสวนาแลกเปลี่ยนในวันเตรียมการของเวทีการอภิบาลอินเทอร์เน็ตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในครั้งนี้ โดยจะเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เกี่ยวข้องในประเทศไทย จะได้ร่วมกันพูดคุยประเด็นเฉพาะของประเทศไทย และนำไปสู่การพูดคุยร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญในประเทศอื่น ในวันถัดไปของการประชุมดังกล่าว

กำหนดการ

ผู้นำเสวนาเปิดประเด็นแลกเปลี่ยนรอบแรก (30 นาที) จากนั้นแลกเปลี่ยนซักถาม (40 นาที) และสรุปประเด็นปิดท้าย (20 นาที)